Taninut.com
หน้าหลัก
สร้างสินค้า
Home
- กลุ่มสินค้า
(Product class)
- สินค้าสร้างใหม่
(Product create)
คูปอง
- สร้างคูปอง
(Coupons create)
- การใช้คูปอง
(Coupons use)
คำสั่งซื้อ(Orders)
- Orders
- Orders booking
เพิ่มเติม
- Content
- Article
- FAQs
แดชบอร์ดรวม
ประวัติการจอง
การตั้งค่า
ออกจากระบบ
Update Article: 141
Category ID
เลือกหมวดหมู่
IT
PHP
Flutter
Wordpress
SEO
Lifestyle
Travel
Breakfast
Hobby
Process
Mini Course
Website
หนังสือ
เทคโนโลยี (Technology)
ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)
การพัฒนาเว็บ (Web Development)
อาหารและการท่องเที่ยว (Food & Travel)
หนังสือและการเรียนรู้ (Books & Learning)
เคล็ดลับและทริคพิเศษ (Tips & Tricks)
โปรโมชั่น / ข่าวสาร
Content Name
Clear URLs
URL Off page
Content Desc
Content Desc
<p data-pm-slice="1 3 []">Syntax ในการเขียนโปรแกรม หมายถึง โครงสร้างภาษา หรือรูปแบบในการเขียนภาษา ที่กำหนดวิธีการเขียนโค้ดให้ถูกต้องตามภาษาที่ใช้งาน โดยมีการกำหนดวิธีการใช้คำสั่ง ตัวแปร และการเขียนโค้ดต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและถูกต้อง ทำให้โค้ดสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามที่ต้องการ</p> <p><br>Object Oriented Programming (OOP) เป็นแนวคิดในการเขียนโปรแกรมที่มุ่งเน้นไปที่วัตถุ (Object) เพื่อทำให้โค้ดมีความสมบูรณ์และอ่านง่ายมากขึ้น โดยมีคุณสมบัติหลัก ๆ ดังนี้</p> <ol> <li> <p>Encapsulation: การป้องกันการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลที่สร้างขึ้นในคลาส โดยใช้คีย์เวิร์ด private, public, และ protected เพื่อเข้าถึงตัวแปรและเมทอดในคลาส</p> </li> <li> <p>Inheritance: การสืบทอดคุณสมบัติของคลาสหลัก (Superclass) ไปยังคลาสย่อย (Subclass) เพื่อลดการเขียนโค้ดซ้ำซ้อน</p> </li> <li> <p>Polymorphism: ความสามารถในการสร้างเมทอดที่มีชื่อเหมือนกันแต่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้ เช่น การ overload method หรือการ override method</p> </li> </ol> <p>โดยการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ OOP จะประกอบด้วยคลาส (Class) และออบเจ็กต์ (Object) ซึ่งต้องเข้าใจกันดังนี้</p> <ul> <li> <p>Class: คือแบบแผนการสร้างวัตถุ (Blueprint) ที่กำหนดคุณสมบัติและพฤติกรรมของวัตถุ โดยประกอบด้วยตัวแปร (Properties) และเมทอด (Methods)</p> </li> <li> <p>Object: คือสิ่งที่สร้างขึ้นจากแบบแผนการสร้างวัตถุ (Class) โดยจะมีคุณสมบัติและพฤติกรรมตามที่ได้กำหนดไว้ในคลาส</p> </li> </ul> <p> </p> <p>Synchronous (ซิงโครนัส) และ Asynchronous (อะซิงโครนัส) คือสองแบบการทำงานของโปรแกรมที่แตกต่างกันตามวิธีการประมวลผลของคำสั่ง ใน Synchronous คำสั่งจะทำงานต่อเนื่องกัน และจะต้องรอให้คำสั่งก่อนหน้าเสร็จก่อนถึงจะทำคำสั่งถัดไป ในขณะเดียวกัน ใน Asynchronous คำสั่งจะทำงานพร้อมกันและไม่จำเป็นต้องรอให้คำสั่งก่อนหน้าทำงานเสร็จก่อน โดยมีการใช้โครงสร้างของ callback ในการจัดการกับผลลัพธ์</p> <p>Callback คือฟังก์ชันที่ถูกส่งไปยังฟังก์ชันอื่นเพื่อให้มันทำงานเมื่อฟังก์ชันอื่นทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนใหญ่ใช้กับการเรียกใช้ฟังก์ชันแบบ Asynchronous เพื่อรับผลลัพธ์หลังจากทำงานเสร็จสิ้น โดยในการเรียกใช้ฟังก์ชันแบบ Asynchronous จะมีการส่ง callback function ไปยังฟังก์ชันอื่นเพื่อให้มันทำงานเมื่อฟังก์ชันอื่นทำงานเสร็จสิ้น ซึ่งจะช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการรอผลลัพธ์ออกมา และช่วยให้โปรแกรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p> <p>เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น สามารถอธิบายได้ดังนี้</p> <ul> <li> <p>Synchronous: การใช้งานเมื่อต้องการเรียกใช้งาน function ให้ทำงานตามลำดับ โดยไม่สนใจเวลาที่จะใช้ในการทำงานของ function ก่อนหน้า</p> </li> <li> <p>Asynchronous: การใช้งานเมื่อต้องการเรียกใช้งาน function โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ function ก่อนหน้าทำงานเสร็จสิ้น แต่สามารถทำงานพร้อมกันได้ โดยมีการใช้ callback function เพื่อจัดการผลลัพธ์</p> </li> <li> <p>Callback: เป็นฟังก์ชันหรือตัวแปรที่สามารถถูกส่งเป็นอาร์กิวเมนต์ (Arguments) ในฟังก์ชันอื่นเพื่อทำงานต่อเมื่อฟังก์ชันนั้นทำงานเสร็จแล้ว ซึ่งการใช้ Callback เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้เราจัดการกับ Asynchronous การทำงานได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปแล้ว Callback จะถูกส่งเป็นพารามิเตอร์สุดท้ายในฟังก์ชัน เพื่อให้ฟังก์ชันทำงานเมื่อทำงานเสร็จสิ้น</p> </li> </ul> <p> </p> <p>Class ,method ,property , Function , Arguments , Parameter คือ</p> <ul> <li> <p>Class: คือรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับกำหนดคุณสมบัติและพฤติกรรมของอ็อบเจกต์</p> </li> <li> <p>Method: คือฟังก์ชันที่อยู่ภายในคลาส ซึ่งมีการกำหนดพฤติกรรมของอ็อบเจกต์</p> </li> <li> <p>Property: คือตัวแปรที่อยู่ภายในคลาส ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติของอ็อบเจกต์</p> </li> <li> <p>Function: คือชุดคำสั่งที่รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้ทำงานบางอย่าง โดยสามารถส่งค่าออกมาได้หรือไม่ก็ไม่ต้องส่งค่าออกมาก็ได้</p> </li> <li> <p>Arguments: คือข้อมูลที่ส่งเข้าไปในฟังก์ชันเพื่อนำมาประมวลผล ซึ่งสามารถเป็นค่าตัวแปรหรือค่าคงที่ได้</p> </li> <li> <p>Parameter: คือตัวแปรที่กำหนดไว้ภายในฟังก์ชันเพื่อรับค่า Arguments ที่ถูกส่งเข้ามา ซึ่งจะถูกใช้งานในการประมวลผลของฟังก์ชันเท่านั้น โดย Parameter จะถูกกำหนดในช่วงการประกาศฟังก์ชัน</p> </li> </ul>
Content Short
Content Short
Content Img Alt
Content Tag
อัพโหลดรูปภาพ
สำหรับ SEO
Meta Title
Meta Desc
Meta Keyword
Og Title
Og Desc
สถานะเปิดใช้งานบทความ
Save
Back home