Taninut.com
หน้าหลัก
สร้างสินค้า
Home
- กลุ่มสินค้า
(Product class)
- สินค้าสร้างใหม่
(Product create)
คูปอง
- สร้างคูปอง
(Coupons create)
- การใช้คูปอง
(Coupons use)
คำสั่งซื้อ(Orders)
- Orders
- Orders booking
เพิ่มเติม
- Content
- Article
- FAQs
แดชบอร์ดรวม
ประวัติการจอง
การตั้งค่า
ออกจากระบบ
Update Article: 125
Category ID
เลือกหมวดหมู่
IT
PHP
Flutter
Wordpress
SEO
Lifestyle
Travel
Breakfast
Hobby
Process
Mini Course
Website
หนังสือ
เทคโนโลยี (Technology)
ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)
การพัฒนาเว็บ (Web Development)
อาหารและการท่องเที่ยว (Food & Travel)
หนังสือและการเรียนรู้ (Books & Learning)
เคล็ดลับและทริคพิเศษ (Tips & Tricks)
โปรโมชั่น / ข่าวสาร
Content Name
Clear URLs
URL Off page
Content Desc
Content Desc
<p data-pm-slice="1 1 []">การวางโครงสร้างพัฒนาเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชั่น ด้วย Flutter และ Dart นั้นสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับขนาดของโปรเจคและความซับซ้อนของแอปพลิเคชัน แต่ด้วยความสะดวกและความเหมาะสมในการใช้งาน สามารถนำเสนอวิธีการวางโครงสร้างพัฒนาเบื้องต้นสำหรับโปรเจคขนาดเล็กถึงกลางได้ดังนี้<br><br></p> <ol> <li> <p>แบ่งโค้ดเป็นส่วนย่อย (Modularization)</p> </li> </ol> <p>การแบ่งโค้ดเป็นส่วนย่อยเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาโปรแกรม เพราะจะทำให้โค้ดมีความเป็นระเบียบและง่ายต่อการบำรุงรักษา โดยสามารถแบ่งโค้ดออกเป็นโมดูลย่อยๆ ที่มีการทำงานเฉพาะกัน เช่น โมดูลสำหรับการจัดการ UI, โมดูลสำหรับการเชื่อมต่อ API, โมดูลสำหรับการจัดการฐานข้อมูล เป็นต้น<br><br></p> <ol start="2"> <li> <p>ใช้โครงสร้างของ Flutter</p> </li> </ol> <p>Flutter มีโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถจัดการโค้ดได้อย่างมีระเบียบ โดยมีโฟลเดอร์หลัก 3 โฟลเดอร์คือ</p> <p style="padding-left: 40px;">- lib: เป็นโฟลเดอร์หลักที่เก็บโค้ดของแอปพลิเคชัน</p> <p style="padding-left: 40px;">- test: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บโค้ดสำหรับการทดสอบ (Unit testing)</p> <p style="padding-left: 40px;">- android, ios: เป็นโฟลเดอร์ที่เก็บโค้ดของแอปพลิเคชันสำหรับแพลตฟอร์ม Android และ iOS</p> <p>โดยสามารถเพิ่มโฟลเดอร์ย่อยเพิ่มเติมในโฟลเดอร์ lib เพื่อแบ่งโค้ดเป็นส่วนย่อย ๆ ได้ตามความต้องการ<br><br></p> <ol start="3"> <li> <p>ใช้ State Management ที่เหมาะสม</p> </li> </ol> <p>State Management เป็นกระบวนการจัดการกับข้อมูลและสถานะของแอปพลิเคชัน เพื่อให้การแสดงผลของแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ ใน Flutter มี State Management หลายแบบ เช่น Provider, BLoC, Redux เป็นต้น โดยสามารถเลือกใช้ State Management ที่เหมาะสมกับโปรเจคของเราได้<br><br></p> <ol start="4"> <li> <p>ใช้ Version Control System (VCS)</p> </li> </ol> <p>การใช้ Version Control System เป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาโปรแกรม เพราะจะช่วยให้สามารถบันทึกการเปลี่ยนแปลงของโค้ดได้และสามารถย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงได้</p> <p> </p> <p>การวางโครงสร้างโฟลเดอร์ในการเขียนโปรแกรม Flutter จะช่วยให้การจัดการและพัฒนาโปรแกรมเป็นไปได้อย่างมีระเบียบและง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยปกติแล้ว โครงสร้างโฟลเดอร์ที่ใช้ในการเขียน Flutter จะมีลักษณะดังนี้</p> <div class="bg-black rounded-md mb-4"> <div class="p-4 overflow-y-auto"><code class="!whitespace-pre hljs language-bash">project/ ├─ android/ ├─ ios/ ├─ lib/ ├─ <span class="hljs-built_in">test</span>/ └─ pubspec.yaml </code></div> <div class="p-4 overflow-y-auto"> <ul> <li><code>android/</code> - เก็บโค้ดของแอป Android ที่เขียนด้วย Kotlin หรือ Java</li> <li><code>ios/</code> - เก็บโค้ดของแอป iOS ที่เขียนด้วย Swift หรือ Objective-C</li> <li><code>lib/</code> - เก็บโค้ดของแอป Flutter ที่เขียนด้วย Dart</li> <li><code>test/</code> - เก็บไฟล์ทดสอบ (unit tests และ integration tests)</li> <li><code>pubspec.yaml</code> - เก็บข้อมูลสำหรับการจัดการ dependencies ของแอป</li> </ul> </div> </div> <p>การวางโครงสร้างโฟลเดอร์ในการเขียนโปรแกรม Flutter สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่แนะนำจะเป็นการวางโครงสร้างโฟลเดอร์ตามแนวทางของ Flutter ดังนี้</p> <ol> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib</code> เป็นหลัก</li> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib/screens</code> สำหรับเก็บไฟล์สำหรับแสดงผลหน้าจอ</li> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib/widgets</code> สำหรับเก็บไฟล์สำหรับ widget ที่ใช้ร่วมกันในหลายหน้าจอ</li> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib/models</code> สำหรับเก็บไฟล์สำหรับจัดการข้อมูลแบบ Model</li> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib/services</code> สำหรับเก็บไฟล์สำหรับเชื่อมต่อกับ API หรือข้อมูลภายนอก</li> <li>สร้างโฟลเดอร์ <code>lib/utils</code> สำหรับเก็บไฟล์ helper function หรือ configuration ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรม</li> </ol> <p>ตัวอย่างโครงสร้างโฟลเดอร์ที่ถูกต้อง:</p> <div class="bg-black rounded-md mb-4"> <div class="p-4 overflow-y-auto"><code class="!whitespace-pre hljs language-css">lib/ <span class="hljs-selector-tag">main</span><span class="hljs-selector-class">.dart</span> screens/ home_screen<span class="hljs-selector-class">.dart</span> detail_screen<span class="hljs-selector-class">.dart</span> widgets/ app_drawer<span class="hljs-selector-class">.dart</span> custom_button<span class="hljs-selector-class">.dart</span> models/ product<span class="hljs-selector-class">.dart</span> user<span class="hljs-selector-class">.dart</span> services/ api_service<span class="hljs-selector-class">.dart</span> database_service<span class="hljs-selector-class">.dart</span> utils/ constants<span class="hljs-selector-class">.dart</span> validators<span class="hljs-selector-class">.dart</span> </code></div> </div> <p>โครงสร้างโฟลเดอร์นี้จะทำให้ง่ายต่อการจัดการโค้ด แยกไฟล์ตามบทบาทและฟังก์ชันของส่วนต่าง ๆ ทำให้ง่ายต่อการปรับปรุง และทำให้เกิดความเรียบง่ายในการพัฒนา รวมถึงช่วยให้โค้ดสามารถนำไปใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้นด้วย</p>
Content Short
Content Short
Content Img Alt
Content Tag
อัพโหลดรูปภาพ
สำหรับ SEO
Meta Title
Meta Desc
Meta Keyword
Og Title
Og Desc
สถานะเปิดใช้งานบทความ
Save
Back home